ประโยชน์ของการอยู่คนเดียว

บ่อยครั้งเรามักจะเคยเห็นคนที่ประสบความสำเร็จ หรือคนที่มีผลงานอันยิ่งใหญ่ ได้เผยเคล็ดลับในการประสบความสำเร็จในงานนั้นๆ ว่า พวกเค้าไม่ได้มีวิธีเลิศหรูอลังการหรือมีแนวคิดแตกต่างไปจากสภาพปัจจุบันที่ทุกคนไม่สามารถเข้าถึงได้เลย แต่กลับเป็นวิธีการคิดและวิธีปฏิบัติที่ง่าย และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ นั่นคือ การอยู่เงียบๆ คนเดียว ถูกที่ถูกเวลา..

ว่ากันในเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีบ่อยครั้งคนเราอาจลืมนึกถึงแรงบันดาลใจต่างๆ และจากสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวตีกรอบแนวความคิด แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า ในบางสถานที่และบางมุม หากเราสามารถหลบออกมาอยู่เงียบๆ คนเดียวโดยมีสมาธิ เราจะได้ผลงานที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้

จากการวิจัยได้ค้นพบว่าความคิดดีๆ มาจากการที่มีเวลาได้อยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อให้โอกาสสมองได้มีการทำงานอย่างเต็มที่ บางคนพบว่าคิดอะไรเด็ดๆ ได้ตอนอาบน้ำ ตอนเดินเล่น หรือตอนขับถ่าย หรือตอนตื่นนอน ข้อสำคัญคือ เมื่อมีความคิดอะไรเกิดขึ้นหรือแว๊บเข้ามาในช่วงนั้น ให้รีบจดไว้ ไม่ต้องจดให้เป็นระบบสวยงามก็ได้ มีอะไรใกล้ตัวที่จดได้ก็ให้จดไว้ก่อน มิฉะนั้นเราอาจจะลืมและความคิดดีๆ ก็จะบินหายไปอย่างน่าเสียดาย แต่บางคนบอก การได้ออกไปเห็นโลกกว้างและอยู่ในกิจกรรมหลายอย่างจะได้ไอเดียที่ดีกว่า..

ประโยชน์ของการอยู่เงียบๆ คนเดียว

ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การใช้เวลาเงียบๆ กับตัวเองสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเองได้ เพราะช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ได้ถูกปลดปล่อยออกมา สะสมพลังงาน เพิ่มความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่น อีกทั้งยังช่วยสร้างสมาธิได้ ไม่จำเป็นต้องไปนั่งสมาธิในวัดเสมอไป จากการวิจัยได้ค้นพบว่าความคิดดีๆ มาจากการที่มีเวลาได้อยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อให้โอกาสสมองได้มีการทำงานอย่างเต็มที่ บางคนพบว่าคิดอะไรเด็ดๆ ได้ตอนอาบน้ำ ตอนเดินเล่น หรือตอนขับถ่าย หรือตอนตื่นนอน ข้อสำคัญคือ เมื่อมีความคิดอะไรเกิดขึ้นหรือแว๊บเข้ามาในช่วงนั้น ให้รีบจดไว้ ไม่ต้องจดให้เป็นระบบสวยงามก็ได้ มีอะไรใกล้ตัวที่จดได้ก็ให้จดไว้ก่อน มิฉะนั้นเราอาจจะลืมและความคิดดีๆ ก็จะบินหายไปอย่างน่าเสียดาย

ประโยชน์ของการอยู่คนเดียว

ช่วยเพิ่มความเข้าใจในตัวเองและผู้อื่น การได้ทบทวนสิ่งต่างๆ อย่างสงบๆ และปล่อยให้ควมคิดและความรู้สึกของเราลื่นไหลไปตามธรรมชาติ จะทำให้เรารู้จักตัวเองดีขึ้น รู้ว่าเราชอบคิดอะไร เกลียดอะไร อะไรคือสิ่งจูงใจของเรา คุณค่าที่เราต้องการคืออะไร และรู้จักจุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเองได้ การได้ตระหนักรู้เช่นนี้ทำให้เรารู้จักเลือกทางเดินของชีวิตได้ เช่น ส่งเสริมสิ่งที่เป็นจุดแข็งของตัวเองให้เต็มที่แทนที่จะปล่อยให้จุดอ่อนมาบ่อนทำลายกำลังใจของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เลิกในสิ่งที่ตัวเองเกลียด

ช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น ผลที่ได้อีกอย่างหนึ่งของการได้อยู่เงียบๆ และการได้ใช้ความคิดเงียบๆ คือ สามารถจดจ่อในสิ่งที่ทำได้โดยไม่วอกแวก สามารถคิดอะไรได้ลึกซึ้งรอบคอบมากกว่า ทำให้การแก้ปัญหาและการตัดสินใจถูกต้อง มีความอดทนต่อแรงกดดันได้ดี

หากท่านใช้เวลาในการนั่งทำสมาธิประมาณ 30 นาทีทุกวัน หรือในช่วงที่มีการเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ใครๆ ต่างก็สนใจในกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ ลองมานั่งทำสมาธิข้ามปีโดยใช้เวลาแค่ 30 นาที ซึ่งการทำสมาธินี้ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิเงียบๆ หรือนั่งสวดมนต์เงียบๆ แต่คุณสามารถทำได้ในทุกๆ ที่ เพียงแค่คุณอยู่กับตัวคุณเองเท่านั้น และมันจะได้ผลไปเอง ลองทำดูนะ แล้วคุณจะประหลาดใจว่าทำไมเก่งขึ้น อะไรต่างๆ ก็ง่ายขึ้น ทำให้มีความสุขมากขึ้น..

นิสัยของการบันทึกความคิดต่างๆ ไว้ เป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะจะเป็นคลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเรานำเอาความคิดเหล่านั้นมาทบทวนใหม่หรือใช้มันผสมผสานกับความคิดที่เกิดใหม่ภายหลังหรือความคิดเก่าๆ อาจทำให้กลายเป็นแนวความคิดดีๆ ที่คาดไม่ถึงและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ดีทีเดียว ฉะนั้นแล้ว เมื่อเราได้เห็นอะไร ได้อ่านอะไร เกิดข้อสังเกตุหรือความคิดที่เป็นของเราเองขึ้นมาก็ให้จดไว้ทันที และรวบรวมไว้เพื่อจะได้นำมาคิดทบทวนภายใหม่ในภายหลังได้สะดวก

อ้างอิงที่มา Last but not Least จาก Gourmet & Cuisine October 2013