ใครทุบหม้อข้าวตัวเอง

จากหนังสือพิมพ์ชื่อดังของคอลัมน์ท่องเที่ยวอย่างทักก่อนเที่ยวในโพสต์ทูเดย์ว่าไว้จับใจ เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่กระบี่ซึ่งเสียชีวิตด้วยการไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดจนกระทั้งปัจจุบันว่า ปีก่อนๆ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เสียชีวิตด้วยสารพิษในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดกระบี่ สัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติก็มาเสียชีวิตซ้ำอีกรอบในลักษณะเดียวกัน

พิษเกิดได้จากอาหารทะเล เห็ดพิษ พืชผักที่ฉีดยาฆ่าแมลงและยาฆ่ามด ปลวก เห็บในห้องนอน ร้านอาหารทะเลได้อาหารทะเลสดมาจากพ่อค้า จากเรือประมงทั้งหลาย เรือประมงเหล่านี้หลายๆ ลำเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ เพราะจับสัตว์น้ำน้อยใหญ่ยัดเข้าใส่ท้องเรือทั้งวันทั้งคืนจนไม่มีเวลาจะมาทำความสะอาด การใช้น้ำแข็งบวกกับสารฟอมาลีนหรือน้ำยาดองศพ เพื่อความสดของอาหารเหล่านั้น ก็สร้างปัญหาให้คนกินไม่น้อยทีเดียว หวังแต่เพียงน้ำทะเลจะชำระเชื้อโรคไปได้แค่ไหนกัน

ตลาดก็เป็นอีกแหล่งที่เป็นที่เพาะเชื้อโรคมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตลาดสดไม่ว่าจะที่ไหนใดๆ ในโลก ล้วนอุดมไปด้วยเชื้อโรค ตู้แช่ที่สกปรกหรืออยู่ภายใต้อุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อาหารเหล่านั้นเป็นพิษขึ้นได้

ความเป็นพิษของอาหารทะเลโดยเฉพาะปลาปักเป้าหรือหอย ปูที่กินพืชพิษเข้าไป หอยที่ดูดซับสารพิษได้ดี ก็อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่คล้ายคลึงกับเห็ดเมา ขนาดชาวบ้านที่มีความชำนาญในการกินเห็ดพิษก็ยังมีตายเพราะเห็ดได้ทุกปีเช่นกัน ยาฆ่าแมลงในพืช ยาฆ่ายุง เห็บ หมัด มด ปลวก ที่ฉีดสะสมไว้ตามห้องพักที่ติดต่อกันได้ทุกๆ ครั้งมีการสะสมยากที่จะกำจัด นี่อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวตายได้

ใครทุบหม้อข้าวตัวเอง

เมืองไทยเราใช้สารฆ่าแมลงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะเราอยู่ในเขตร้อนชื้นที่อุดมไปด้วยแมลง คนไทยเป็นมะเร็งกันมากก็เพราะกินยาฆ่าแมลงที่ฉีดเข้าสู่ผักผลไม้สูงกว่าปกติ หมอควรไปตรวจสอบว่า ก่อนหน้านั้น รีสอร์ทที่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตได้มีการใช้ยาฆ่าแมลงในห้องพักหรือไม่ น้ำที่แขกเข้าพักมีการปนเปื้อนเคมีอะไร ผักที่พวกเขากินเข้าไปถูกฉีดยาฆ่าแมลงมานานแค่ไหนแล้ว เพียงใด

การกล้ายอมรับในความจริง คือการนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหา แต่การไม่กล้ายอมรับความจริง คือการซุกปัญหา

การซุกปัญหา คือการทุบหม้อข้าวของคนไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย

อ้างอิงจาก โพสต์ทูเดย์ คอลัมน์ท่องเที่ยว เสาร์ 23 มิถุนายน 2555