โชคไม่ดีเรื่องงานประจำ (7)

มันน่าจะเป็นผลดี ที่เค้าว่ากันว่า หลังพายุฝนจะพบเจอกับฟ้าแจ่มใส หลังอุปสรรคขวากหนามและปัญหาอันยิ่งใหญ่ เมื่อผ่านพ้นไปก็จะพบแต่ความสุขี จริงๆ ชีวิตผมมันควรจะดีหลังจากนั้นไม่ใช่หรือ

ทั้งหัวหน้าและผู้อำนวยการที่ไม่เข้าใจผมในทีแรก ทั้งเข้าใจผิดผมกลั่นแกล้งผมต่างๆ นาๆ (ผมคิดว่าใช่นะ) แต่กลับกลายเป็นว่าอวยผิดคน ก่อนนั้นผมนั่งหายใจยังผิด แต่ตอนนี้ต้องมาอ้อนวอนให้ผมติดตามไปทำนั่นทำนี่ เรียกว่า ตบหัวลูบหลัง บรรยากาศน่าจะกลับเข้าที่เดิมดังที่หลายคนวาดฝันไว้ ผมก็อาจกลับไปทำงานที่มีรายได้สูงเหมือนเดิมแบบว่า “จ้อจี้ เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

แต่ผมคิดแล้วคิดอีก ช่วงนั้นจากกราฟชีวิตดึ่งเหวถึงจุดต่ำสุด และอยู่ดีๆ ก็ค่อยๆ ไต่ขึ้นจากเหวทีละน้อยๆ เวลาช่วงนี้ผ่านพ้นไปราว 1 อาทิตย์ จากความกดดันแค่นั่งหายใจก็รู้สึกมีคนไม่พอใจ แต่พออาทิตย์ต่อมากลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังเท้า คนแบบนี้หรือที่ผมควรจะทำงานด้วย รับชอบไม่รับผิด โยนขี้ให้คนอื่น กัดให้ตายได้แบบไร้เหตุผล ถ้าอนาคตเจอแบบนี้อีกแล้วเกิดว่าไอ้คนที่เข้ามาใหม่มันทำงานได้แม้จะไม่ดีกว่าแต่ถ้ามันทำงานได้ ผมคงตายไม่ได้เกิด

ผมรับใช้ทำงานที่มีรายได้สูงให้เค้าผ่านพ้นไป 5 ปีจนตัวเองเหมือนไร้ความสามารถต้องทิ้งทักษะทุกอย่างเพื่อมาทำอย่างเดียวทุกๆ วัน อยู่แบบไร้การพัฒนา ผมมีสิทธิ์ถูกถอดได้ทุกเวลา แล้วกับหัวหน้าพันนี้ ผมควรอยู่ต่อหรือจากไป

ช่วงนั้นผมหางานไว้ก่อนแล้ว วันที่เค้าเข้ามาชวนให้ไปทำโน่นนี่ด้วยกันด้วยความอยากเอาใจอาจเพราะสำนึกผิดหรืออยากจะปลอบประโลม แต่ผมเป็นคนเจ็บแล้วจำ พอที่ใหม่ตอบรับการสมัครงานของผม ผมก็ตอบตกลงในทันที แล้วก็เดินไปยื่นใบลาออกกับหัวหน้าตรงๆ ไม่มีเหตุผลในการขอลาออก ไม่มีคำพูดจากปากผมนอกจากคำว่า “ใบลาออกครับ” และเค้าเหมือนกับอึ้งๆ แต่ก็รับไว้

แนวทางในการพ้นทุกข์

ในตอนนั้นผมแค่บอกกับตัวเองว่าผมไม่ยอมให้คนมากดขี่ผม ไม่ยอมให้มาดูถูกความสามารถของผมเด็ดขาด ผมทุ่มเททั้งกายใจทำงานแต่กลับได้รับสิ่งตอบแทนที่ทำให้ผมน้ำตาตก อับอายทั้งในห้องประชุมและกับในองค์กรเดียวกันเหมือนตัวเองไร้ความสามารถ กับคำที่เค้าสองคนกล่าวกับผมในครั้งที่เรียกผมไปคุยเรื่องผมขอขึ้นเงินเดือนเพราะงานยากขึ้น มากขึ้น หนักขึ้นและผมมีศักยภาพพอแต่ทำแทบไม่ไหวแล้วแค่ขอให้คุ้มกับที่เหนื่อยหน่อย เพราะสองสามปีที่ผ่านมาโบนัสผมเริ่มลดลงจนได้น้อยกว่าคนที่เค้าทำงานน้อยกว่าผมมาก

อีกทั้งที่เค้าปฏิเสธคำขอผมแต่กลับรับคนใหม่เข้ามาแล้วจ่ายเงินเดือนให้แพงกว่าผมเท่าตัวมันหมายความว่าอย่างไร
กับคำที่ว่า ความสามารถของผมสวนทางกับการเติบโตขององค์กร แล้วงานที่ผมทำแทนไอ้คนใหม่นั่นมันคืออะไร

ผมเดินออกมาหวังว่าที่ใหม่ ณ ปัจจุบัน มันจะดีกว่าที่เก่า อย่างน้อยก็กล้าเดินไปยังสายที่คิดว่า ชอบ และอาจทำมันได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีความสามารถอะไรเลย แต่กล้าที่จะลองเสี่ยงดูเผื่อว่ามันจะเวิร์ค อย่างน้อยๆ หนังสือและห้องเรียนใน google มันก็ไม่ทิ้งผมให้ได้พัฒนาศักยภาพในด้านใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นและพร้อมที่จะทำงานที่มีรายได้สูง และเดินตามฝันของต้วเอง

ที่ใหม่ของผมจะเป็นอย่างไร อย่าลืมติดตามกัน กว่า 20 ปีที่ทำงานประจำมา ที่ที่ผมกำลังก้าวเท้าเข้ามานี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่สุดท้ายสำหรับงานประจำของผมแล้ว ถ้ามันไม่เวิร์ค ผมก็คงคิดว่า ผมไม่เหมาะ แต่อยากจะลองอีกซักหน่อย 5 ปีสุดท้ายของการเดินตามฝัน มันจะเป็นอย่างไรติดตามตอนต่อไป…