รถคันแรก รุ่นไหน ภาษีเท่าไหร่

ดูเหมือนว่านโยบายรถคันแรกจะไปได้สวยสำหรับรัฐบาลชุดนี้ แต่ก็ยังมีหลายเสียงที่คัดค้านและดูเหมือนว่าจะเริ่มออกมาคัดค้านเรื่องความไม่เหมาะในหลายๆ กรณีอันนั้นก็ว่ากันไปในคราวหลัง แต่ในตอนนี้ หลายๆ คนอยากจะรู้ว่า การจะได้มาซึ่งรถคันแรกแบบไม่เสียภาษีเลย แล้วคุณสมบัติอะไรบ้างที่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถซื้อรถคันแรกได้

หรืออื่นๆ เพราะการซื้อรถคันแรกไม่ใช่ว่าจะดูที่ภาษีสำหรับได้คืน แต่ต้องดูไปจนถึงการครอบครองใช้งาน อย่าลืมว่า คุณจะต้องครอบครองและใช้งานรถคันแรกของคุณจน คุ้ม นั่นหมายถึงภารกิจและเงื่อนไขที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทีนี้ต้องมาดูว่า เงื่อนไขอื่นๆ ทั้งหลายนั้นมีแบบไหนบ้างกัน

เงื่อนไขผู้ที่ต้องการซื้อรถคันแรกในโครงการของรัฐบาลปู 1 หรือมาตรการคืนภาษีสำหรับผู้ซื้อรถคันแรก เค้าว่าไว้เป็น หลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกที่สำคัญ ตรวจสอบเงื่อนไขการขอคืนภาษี สำหรับการซื้อรถยนต์คันแรก ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ในการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ดังนี้คือ

  • – เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
  • – เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาท/คัน
  • – เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถยนต์กระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
  • – สำหรับรถกระบะจะไม่จำกัด ซีซี
  • – เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
  • – ต้องเป็นรถใหม่ ป้ายแดง เท่านั้น
  • – คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน
  • – ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • – ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • – การคืนเงินจะคืนให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)

แต่การจะได้มาซึ่งรถยนต์คันแรกนั้นตามคุณสมบัติด้านบน ผู้ซื้อจะต้องทำสัญญา ตามข้อตกลง ตามเงื่อนไข ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • – ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน คือ หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
  • – กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ
  • – กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก ห้ามโอนภายใน 5 ปี ลงในระบบคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน
  • – กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด ส่งหนังสือรับรองการครอบครองรถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก ห้ามโอนภายใน 5 ปี ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
  • – กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเสนอ ครม.อนุมัติและจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2555 จำนวน 100 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ และเสนออนุมัติจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคันละ 1 แสนบาท และนอกจากนี้กระทรวงการคลังเสนอให้ครม.อนุมัติในหลักการให้หัวหน้าส่วนราชการกรมสรรพสามิต (อธิบดีกรมสรรพสามิต) หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายมีอำนาจอนุมัติให้คืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกให้กับ ผู้ซื้อ และเสนอครม.มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมให้ความร่วมมือกับกรมสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงหลักฐานการครอบครองรถยนต์คันแรก การบันทึกข้อมูลห้ามจำหน่ายโอนรถยนต์ภายใน 5 ปี ตามมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลต่อไป

ภาษีรถยนต์คันแรก การเลือกซื้อรถยนต์คันแรก first-cars

นโยบายลดภาษีให้สำหรับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกนั้น ไม่ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศในแง่การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมเยี่ยงชนในชาติ หรือ กรอบการค้าเสรีเออีซี เนื่องจากรถยนต์ทุกคันจะยังคงเสียภาษีในอัตราเท่ากัน เพียงแต่รัฐคืนเงินภาษีให้กับผู้เสียภาษีให้ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกเท่านั้น