ญี่ปุ่นมองไทย เห็นมุมมองอะไรบ้าง

เรื่องนี้บังเอิญผมเข้าไปเจอในเว็บ pantip แต่ไม่มี user ที่จะใช้แสดงความเห็นได้ (ถูกแบนหลายร้อยปี เกิดกี่ชาติถึงจะปลดแบนให้ก็ไม่รู้) ก็เลยมานั่งเขียนบ่นรำพึงรำพันกับตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เพราะส่วนตัวแล้วก็มีโอกาสได้คลุกคลีกับคนญี่ปุ่นนิดหน่อย เรียนรู้ขนบธรรมเนียมมาบ้างแม้จะไม่มากที่จะสรุปว่าจริงทั้งหมด แต่เพราะชื่นชมในความเป็นนิปปอนของเค้า พอรู้ว่ามุมมองที่เค้ามี (อาจจะ) ทำให้เราคิดเล็กคิดน้อย ในฐานะคนไทยจึงอยากออกความเห็นเรื่องญี่ปุ่นมองไทยนี้บ้าง

จากประเด็นนี้ มันคือข้อกังขากับเรื่อง 10 หัวข้อที่เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยที่ญี่ปุ่นมองเห็น ให้ไว้ผ่านมุมมองของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ซึ่งคนๆ นี้ผมก็ชมชอบในแนวคิดอยู่ไม่น้อย และอาจเพราะปรัชญาเท่ๆ ที่ท่านพูด กับการใช้ชีวิตในบางมุม ก็เห็นว่าบ้าดีในแบบคนรวยทำอะไรไม่น่าเกลียด แต่นั่นไม่ใช่แก่น เอาเป็นว่ามามองมุมมองไทยมองไทยของผมบ้างในฐานะเว็บมาสเตอร์กระจอกๆ เงินเดือนไม่กี่พันบาท กันดีกว่า

ท่านบอกจุดอ่อนทั้ง 10 ข้อนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นมองไทย เพราะคุณวิกรมเองถือเป็นนักลงทุนที่ชาวต่างชาติรู้จักดี ดังนั้นสิ่งทีท่านได้สื่อออกมานั้นจะจริงเท็จอย่างไร เราต้องฟังแล้วเอามาคิดว่ามันจริงแท้แค่ไหน พร้อมกับให้เหตุผลที่ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเอาไว้ เผื่อเราสามารถกำจัดจุดอ่อนออกไปได้บ้างไม่มากก็น้อย

  • 1. คนไทยรู้จักหน้าที่ตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม คือเป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ
  • 2. การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า
  • 3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน
  • 4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้า หรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึง ความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อยๆ
  • 5. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชนเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม อันนี้เกิดจากความเห็นแก่ตัวล้วนๆ
  • 6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง และดำเนินการไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว
  • 7. อิจฉาตาร้อน สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี้ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจ มีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอดคนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่า ผู้ก่อการร้าย ดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว
  • 8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว เอ็น จีโอ บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์ เอ็นจีโอดีๆก็มี แต่มีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศไทยเสียโอกาสอย่างมหาศาลเพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆ ไม่ได้พูดกัน
  • 9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลก ประเทศไทยยังขาดทักษะและทีม เวิร์คที่ดี ทำให้สู้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้
  • 10. เลี้ยงลูกไม่เป็น ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเองขวนขวาย
    แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

ญี่ปุ่นมองไทย เห็นมุมมองอะไรบ้าง

10 ข้อนี้ที่เค้าให้มุมมองญี่ปุ่นมองไทยไว้ และสำหรับมุมมองของผมนั้น ผมคิดว่าอธิบายเป็นข้อ อาจจะยาวไป เพราะจริงๆ มีเยอะกว่านี้ แต่ขอสรุปรวมเอาไว้เลย

จากหลายๆ ข้อที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าคนไทยรู้จักหน้าที่ต่อสังคมและตัวเองต่ำ มองอนาคตไม่เป็น ไม่จริงจังต่อความรับผิดชอบ แล้วก็โทษความเจริญต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษาที่กระจายไปไม่ทั่วถึง กฏหมายไม่เข้มแข็งพอ อีกทั้งยังมีกลุ่มคนบางจำพวกถ่วงความเจริญของประเทศไทยแบบไร้เหตุผล ไปถึงสถาบันครอบครัวที่สอนลูกไม่เป็น บลาๆ จนทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ นักลงทุนญี่ปุ่นไม่ปลื้มที่จะเข้ามาลงทุน ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ พอจะมองออกไหมครับว่าทำไม

สาเหตุหลักๆ ที่สำคัญคืออะไรน่ะเหรอ ประเทศไทยไม่ใช่ว่าจะอ่อนในเรื่องสถาบันครอบครัว จนทำให้เด็กไทยขาดความอดทน เติบโตเป็นคนทำอะไรไม่เป็น ไม่มีเป้าหมาย ไม่เชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศ ใช่ว่าการศึกษาส่วนใหญ่จะแย่ซะทีเดียวทั้งเรื่องของภาษาและวิชาการ ใช่ว่ารัฐจะไม่เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ใช่ว่าความเจริญจะเข้าไม่ถึง ใช่ว่ากฏหมายจะบังคับใช้ไม่ได้ ไม่ใช่เลย หากเทียบกับสิ่งเหล่านี่ ญี่ปุ่นอาจแย่กว่าเราอีกในหลายเรื่อง

ญี่ปุ่นมีสถาบันครอบครัวที่อาจดูแย่กว่าเราและในสายตาชาวโลก ประชาชนมีความกดดันตั้งแต่เริ่มหัดเดินได้ กฏระเบียบเคร่งครัด ชาตินิยมสูง เรื่องภาษาก็ใช่ว่าจะดี คนขี้อายก็มีเยอะ คนส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะเรียนจบมาแล้วเป็นเจ้าของกิจการทั้งหมด มนุษย์เงินเดือนก็มีไม่น้อย แต่เพราะความเป็นชาตินิยมและกฏระเบียบที่เคร่งครัด ทำให้ประเทศเดินไปได้เหมือนการบังคับกลายๆ ว่ามันต้องเดินไม่เดินก็คือตาย เป็นการดิ้นหนีตาย ใช้ศักยภาพของความเป็นมนุษย์สูงมาก

แต่ผิดกับประเทศไทย ประเทศนี้เป็นประเทศที่เรียบง่าย พอเพียง ใช้ชีวิตแบบไม่หรูหรา ถามว่าถ้าต้องให้ประเทศไทยเจริญ แล้วความเจริญที่คุณว่ามันต้องเป็นแบบไหน ต้องมีแหล่งอุตสาหกรรมที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน แล้วจ่ายค่าแรงให้คนในชาติเพียง 10% ที่เหลือเอากลับเข้ากระเป๋าตัวเอง หรือต้องมีระบบการคมนาคมเข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อการเดินทางที่สะดวก แล้วจะเดินทางไปไหน ไปทำงานหาเงินให้บริษัทต่างชาติมันรวยขึ้น แต่ตัวเองรอรับเงินเดือนเพียงเพื่อพออยู่ไปวันๆ กับค่าใช้จ่ายที่สูงลิบลิ่วที่ต้องจ่ายให้กับต่างชาติกระนั้นหรือ

เราจะเจริญกันแบบไหน ประเทศเรามีทรัพยากรที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ไปอีกเป็นล้านๆ ปี เราจะเอาทรัพยากรที่เรามีเหล่านี้ไปแลกเสื้อ มือถือ กระเป๋าแบรนด์เนม รถหรู เพื่อขับไปทำงานหรือ เราเปิดประเทศเพื่อรับความเจริญหลอกๆ ที่ต่างชาติหยิบยื่นให้ ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ ผมไม่เถียงว่าคนไทยเป็นแบบ 10 ข้อข้างบนนั่นทำให้ประเทศไม่ไปไหน แต่ท่านจง รู้ทันนายทุน เสียที เพราะกลุ่มคนพวกนี้แหละ ที่ทำให้ประเทศเราล่มจมไม่ไปไหนจนทุกวันนี้ตัวจริง มันเปลี่ยนคนในชาติให้เป็น 10 ข้อที่ว่านั่น จนอาจจะสายเกินไปที่จะแก้ไขแล้วก็ได้

เราจะเจริญกันแบบไหนในมุมมองของคุณ