Thursday, April 22, 2021

ผ่านไปแล้ว 4 ตอน กับ 4 งานประจำที่ทำแล้วไม่รุ่ง หรือผมอาจไม่มีความสามารถที่เค้าต้องการจริง มันเลยทำให้ผมต้องผันตัวเองออกมา จากตอนที่แล้วงานล่าสุดคือการบริการในมินิมาร์ท คล้ายๆ เป็นพนักงาน 7-11 นั่นแหละ ถ้าใครเคยมีประสบการณ์ก็คงจะรู้ดี ผมเข้ากะดึกเสียส่วนใหญ่ งานค่อนข้างจะหนัก มันไม่ใช่งานที่มีรายได้สูงแบบที่คิด แต่มันผ่านไปแล้ว และจากประสบการณ์เหล่านั้นมันทำให้ผมคิดว่า ไม่มีงานไหนที่ผมจะทำไม่ได้อีกแล้ว

จาก 5 ปี เปลี่ยนงานมา 4 แห่ง คุณคิดว่าผมเปลี่ยนงานบ่อยไหมครับ ผมตั้งใจทำงานแต่กลายเป็นงานมันไม่เหมาะกับผมหรือผมยังไม่โชคดีที่ความก้าวหน้าในอาชีพยังมาไม่ถึงผม โอกาสยังไม่มี ก่อนเดินออกจากมินิมาร์ท ผมพูดกับตัวเองว่าผมจะต้องเอาดีให้ได้ดีกว่าไอ้ผู้จัดการร้านหน้าเห่ยนั่น ผมจะมีอนาคตที่ดีกว่าเค้าให้ได้ (ดีในตอนนั้นคือ มีหน้าที่การงานและเงินเดือนดีกว่าตำแหน่งผู้จัดการร้านมินิมาร์ท) และผมใฝ่ฝันว่าจะต้องหางานที่มีรายได้สูงทำให้ได้ และผมจะเรียนจบ ปวส.อยู่แล้ว

เมื่อผมจบ ปวส. ผมก็ได้เข้าเรียนต่อที่มหา’ลัยแถวๆ พัฒนาการกับเพื่อนอีกคนที่จบมาจาก ปวส.ที่เดียวกันห้องเดียวกัน โดยเราทั้งคู่ไม่ต้องสอบเพราะเกรดดีอยู่แล้ว หัวหน้าคณะสัมภาษณ์และรับเองเลย ในรั้วมหา’ลัยเป็นอะไรที่ใหม่มาก แต่ผมต้องใช้เงินค่าเทอมสำหรับการเรียนที่นี่ ผมไม่มีเงินเลยจึงต้องหางานใหม่ ผมตกงานอยู่ 2-3 เดือนก่อนจ่ายค่าเทอม โชคดีมีงานแถวพระโขนงเค้าเรียกเข้าไปสัมภาษณ์ และก็ได้เข้าทำงานในตำแหน่งธุรการ ที่นี่ผมได้ฝึกฝีมือในการพิมพ์ไทย-อังกฤษแบบจริงจังและผมก็ทำสำเร็จ พอย้อนกลับไปมองเมื่อตอนสมัครงานแล้วตกพิมพ์ดีดก็ทำให้คิดว่า ตอนนี้ผมเก่งแล้วจะกลับไปอีกครั้งเค้าจะรับหรือเปล่านะ

ผมสืบรู้มาว่าเพื่อนห้องเดียวกันสมัย ปวส. ก็ได้เข้าทำงานที่นี่ ผมคิดว่าหมอนั่นไม่เก่งเท่าไหร่ เรียนก็พอใช้ได้ โปรแกรมก็ไม่เก่งยังแอบลอกผมด้วยซ้ำ ทำไมเค้าถึงรับนะหรือว่าเพื่อนคนนั้นพิมพ์ดีดเก่ง แต่ผมก็ไม่ได้ตามเรื่องที่สงสัยเพราะจบออกมาแล้วและต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

ผ่านไป 2-3 เดือนผมมีเงินเก็บมากพอแต่ยังไม่พอสำหรับค่าเทอม รอบนั้นเลยต้องรบกวนทางบ้านจัดหาให้อีกครึ่งหนึ่ง เรียนจนใกล้สอบกลางภาค เพื่อนที่ทำงานใหม่เลยชวนไปสมัครสอบเอ็นทรานต์ ผมก็เลยลองดู ปรากฏว่าสอบได้เฉย ก็เลยต้องต้องออกมาจากพัฒนาการและย้ายมาเรียนในเมืองกรุงฯ ผลสอบที่เก่าได้ 0 คือไม่ได้เข้าสอบย้ายโรงเรียนมาก่อนและทางบ้านไม่ทราบ เค้าหาว่าผมเอาเงินค่าเทอมไปเหลวไหล ผมเลยต้องอธิบายให้เค้าฟัง (แม่ภูมิใจมากวันที่ผมได้ปริญญามาครอง คิดไม่ผิดที่เรียนที่นี่)

ระหว่างเรียนปีแรกเพื่อนที่อยู่ห้องเรียนเดียวกันเห็นหน่วยก้านผมดีเลยชวนไปทำงานด้วย รายได้ดีมาก อาจเป็นงานที่มีรายได้สูงในตอนนั้นเลยก็ว่าได้เพราะแค่ 2 เดือนผมสามารถเอาเงินเหล่านั้นมาจ่ายค่าเทอมได้ไม่ต้องให้ทางบ้านช่วยเลย

ที่ทำงานมีเพื่อนร่วมงานดี มีนัดสังสรรค์ไปเที่ยวตรงกันวันก่อนสอบปลายภาค ผมไปเที่ยวกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานใหม่นี้โดยขัดไม่ได้ หนังสือก็ไม่ได้อ่าน ผลสอบเลยออกมาทำให้ผมตกวิชา Operating System ต้องลงซ่อมและมันไม่เปิดในภาคถัดไป ต้องรอให้ภาควิชาเปิดซ่อมซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่ กลายเป็นว่าผมไม่รู้จะเรียนจบไหมถ้าไม่ได้เก็บวิชานี้ให้ผ่าน หลังจากนั้นเพื่อคนที่ชวนผมเข้าทำงานได้ลาออกเพราะได้งานใหม่ มันสัญญาว่าถ้ามีลู่ทางจะเรียกไปทำด้วย ผมก็รอ แถมที่ทำงานเก่าดันเปลี่ยนหัวหน้างาน เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ยกชุด

กลายเป็นว่าผมเคว้ง พี่ๆ ก็ชิงลาออกไปแทบไม่เหลือคนเก่า ผมต้องทนทำงานต่อไปอีกเกือบจะครบปี วันนั้นมีประชุมใหญ่ หัวหน้าคนใหม่เลยชวนผมไปเป็นลูกมือด้วยและผมก็เริ่มสนิทกับแกมากขึ้น ตอนแรกคิดว่าเป็นคนดุแต่ใจดีมาก แต่แกบอกว่าจะอยู่ทำงานอีกไม่นานก็จะออก ผมก็คิดว่า ผมจะเคว้งอีกรอบในที่ทำงานเดียวกัน วันประชุมผมได้รู้จักเพื่อนๆ ของแกและลูกน้องของเพื่อนๆ แกหลายคน คุยกันถูกคอ

ประโยชน์ของการอยู่คนเดียว

หลังจากแกลาออกผมก็เริ่มไม่มีไฟ เหมือนว่าหางจะอยู่ได้ไงถ้าไม่มีหัว ผู้บริหารคนใหม่ก็เข้ามาแทนและก็ลากคนของตัวเองเข้ามาจนเต็มพื้นที่ไม่มีที่ว่างสำหรับคนเก่าที่เหลือผมอยู่คนเดียว เค้าแนะนำให้ผมอยู่ต่อถ้าหากปรับตัวเข้ากันได้ แต่ดูเหมือนพวกเค้ารักกันมาก ผมรู้สึกกลายเป็นคนนอกไม่เป็นที่สนใจ เค้าเรียกพบและให้พิจารณาตัวเองเพราะผมไม่มีไฟในการทำงาน ผมก็เลยบอกว่าขอลาออก (ตอนนั้นไม่รู้ด้วยว่าถ้าเค้าไล่ออกอาจได้ค่าชดเชยถ้าทนทำต่อ แต่ชิงลาออกก่อน)

ลอยเคว้งอยู่พักใหญ่กลับมาเรียนอย่างเต็มที่ ไม่นานเพื่อนที่สัญญาว่าจะหางานให้ทำก็ทำตามที่พูด (เพราะเรียนห้องเดียวกับมันอยู่) มันดึงให้เข้ามาทำงานที่สถาบันการศึกษา มันอยู่ฝ่าย IT คณะบริหาร และไม่มีตำแหน่งเพิ่ม แต่มีหน่วยงานเปิดใหม่ให้ลองไปสอบเข้าดู ผมตกลงทันที สอบข้อเขียน สอบภาคปฏิบัติ สอบสัมภาษณ์ ปรากฏว่าทำคะแนนได้ดีมากเพราะเชี่ยวชาญในวิชาชีพอยู่แล้ว และอาจโชคดีอีกอย่างคือ คนที่ทำอยู่ก่อนนั้นเค้าเรียนจบไปแล้วจากสถาบันเดียวกับผมและบอกว่าเคยเห็นผมนั่งรอรถเมล์กลับบ้านบ่อยๆ และเค้าสนิทกับหัวหน้าที่ต้องการคนมาช่วย ผมเลยกลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผ่านเข้ามาทำงานในที่แห่งนั้น

งานวันแรกผมยังใหม่ เพราะไม่ได้ใช้ทักษะวิชาชีพใดๆ ที่เรียนมาเลย แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนั้นใช้ตึกมหา’ลัยแถวเทเวศน์เป็นสำนักงาน ทำอยู่ 7 เดือนก็ย้ายไปยังสถาบันหลัก สร้างตึกใหม่ ผมมีโต๊ะทำงานใหม่ ได้งานตรงใจ ไม่มีความเครียด ทำอยู่ 3 ปีจนเรียนจบ (เรียนที่นั่น และทำงานที่นั่นไปด้วย) เหมือนจะดีแต่ไม่ดี เพราะตำแหน่งที่ผมทำก็แค่ พนักงานลูกจ้างชั่วคราว สถาบันการศึกษาไม่ค่อยรับพนักงานประจำยกเว้นจะจบสายครูมาและขยันทำซีทำตำแหน่งเพิ่ม

แต่ผมโชคดีผู้อำนวยการรักใคร่เพราะผมขยันทำงานเก่งเรียนรู้งานเร็วและชอบหาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวเสมอ เค้าก็เลยสนองให้ผมทุกอย่างไม่ว่าอยากจะได้เทคโนโลยีอะไรเค้าอนุมัติหมด แต่ตำแหน่งผมตัน ต่อให้ทำจนแก่ตายผมก็คงอยู่แค่ลูกจ้างชั่วคราวเหมือนคนอื่นๆ ที่เข้ามาใหม่เรื่อยๆ กลายเป็นหน่วยงานที่มีคนมากขึ้นเรื่อยๆ พยายามหาลู่ทางเพื่อให้ตัวเองเติบโต เค้าก็บอกต้องสอบเข้าเป็นราชการให้ได้ แต่ก็ไม่เปิดรับซักที

พอเรียนจบรับปริญญา เพื่อนคนเดิมก็ได้บริษัทใหม่ มันก็ลาออกไปทำบริษัท ผมก็ยังอยู่ในสถาบันฯ แบบไม่โต เพื่อนมันก็สัญญาว่าจะหาลู่ทางให้ แล้วก็หายไปเฉยเลย ผมก็เลยต้องโตอยู่ในขวดใบเล็กๆ เช้าชาม เย็นชาม หรือนี่คือโชคชะตา ผมเหมาะกับงาน ผมมีความสามารถมาก แต่ตำแหน่งมันตัน มันก็ไปไม่ถึงไหน



Comments are closed.

ความจริงเกี่ยวกับ สาหร่ายทอดกรอบ

ความจริงเกี่ยวกับ สาหร่ายทอดกรอบ

ผมชอบกิน สาหร่ายทอดกรอบ ก่อนที่จะมีผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้วางขายตามห้างสะดวกซื้อ ผมมักจะไปซื้อกินแถวๆ จังหวัดใกล้ทะเล เค้าทอดได้อร่อยเหาะ กินมาก็นานหลายปีแล้ว แต่พอมาเจอเรื่องใน fw mail เข้าถึงกับแทบกระเดือกเจ้าสาหร่ายนี่แทบไม่ลง นี่เราเป็นอะไรไป

ปั่นน้ำผลไม้ ดื่มบำรุงสายตา

ปั่นน้ำผลไม้ ดื่มบำรุงสายตา

ผักและผลไม้หลากชนิดนำมาปั่นกลายเป็นเครื่องดื่มสำหรับบำรุงสายตา เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ แม้จะมีส่วนผสมให้ต้องเตรียมมากถึง 17 ชนิด โปรดอย่าถอดใจ เพราะส่วนผสมทั้งหมดนั้นเมื่อนำมาปั่นผสมกันแล้วเสมือนเป็นการเติมสารอาหาร ที่มีคุณประโยชน์มากมายสู่ร่างกาย โดยจะขอยกตัวอย่างสรรพคุณของส่วนผสมบางชนิด อย่าง เมล็ดแฟลกซ์ แหล่งรวมของกรดไขมันที่จำเป็นอย่าง โอเมกา 3

The Body Combat

The Body Combat

สำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังมองหาวิธีการออกกำลังกายแบบใหม่ๆ ได้เผาผลาญแคลอรีด้วยการออกกำลังกาย ขอนำเสนอรูปแบบการออกกำลังกายที่สนุกสนาน ใช้แรงกำลังดี แถมยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกายในคราวเดียวค่ะ บอดี้ คอมแบท (Body combat) เป็นชื่อเรียกการออกกำลังกายแบบแอโรบิคชุดนี้